นวัตกรรมเริ่มเข้ามามีบทบาทกับการพัฒนาสินค้าในกลุ่มอาหารของผู้ประกอบการคนไทยมากขึ้น และผักรวมกึ่งสำเร็จรูป ที่ถือว่าเป็นนวัตกรรมด้านอาหารที่ช่วยให้ผู้บริโภครับประทานผักได้ง่าย สะดวกรวดเร็ว และสามารถรับประทานได้บ่อยเท่าที่ต้องการ
นายธิติวัฒน์ สิรพันธุกุล ผู้จัดการฝ่ายการตลาด เล่าว่า เดิมบริษัทฯเป็นผู้ผลิตสินค้าเครื่องเทศ และสินค้าแปรรูปทางการเกษตร รวมถึงพืชผักอบกึ่งสำเร็จรูป สำหรับเป็นวัตถุดิบของโรงงานอุตสาหกรรมเครื่องปรุงรสอาหารหรือโรงงานอุตสาหกรรมอาหารกึ่งสำเร็จรูป โดยมีการส่งจำหน่ายทั้งในประเทศและต่างประเทศ มาตั้งแต่ปี 2541 จากผลกระทบทางเศรษฐกิจในปัจจุบันทำให้ทางบริษัทเล็งเห็นว่าควรที่จะออกผลิตภัณฑ์ที่ทางบริษัทสามารถทำการตลาดโดยตรงถึงผู้บริโภค เพราะการขายให้กับโรงงานอุตสาหกรรมถ้าโรงงานแห่งใดแห่งหนึ่งงดหรือสั่งซื้อสินค้าลดลงทางบริษัทจะได้รับผลกระทบค่อนข้างมาก ดังนั้น เพื่อกระจายความเสี่ยงจำเป็นต้องหาตลาดใหม่รองรับไว้ด้วย
สำหรับสินค้าที่เลือกมาเพื่อรองรับการทำตลาดผู้บริโภค คือ ผักรวมอบกึ่งสำเร็จรูป ภายใต้ยี่ห้อ เออร์เบริน์ฟาร์ม ซึ่งผักรวมกึ่งสำเร็จรูป มี 5 สูตร ได้แก่ Veggie, Cereal , Japanese, Punkin shitake และ V-Plus ผักที่เลือกนำมาทำผักอบแห้งในครั้งนี้ มีอยู่ด้วยกันมากกว่า 10 ชนิด เช่น เผือก ข้าวโพด แครอท ถั่วลันเตา ฟักทองไทย ฟักทองญี่ปุ่น เห็ดหอม กระเทียม เมล็ดธัญพืชต่างๆ เช่น เมล็ดทานตะวัน เมล็ดฟักทอง งาดำ ฯลฯ
ทั้งนี้ ผักอบแห้งกึ่งสำเร็จรูป สามารถนำไปปรุงอาหารได้ทันที โดยการนำไปต้มในน้ำร้อนประมาณ 5 นาที ผักก็จะคืนตัวเหมือนกับผักสด หรือนำไปใส่ในหม้อข้าวพร้อมกับการหุงข้าว เพื่อเป็นแนวทางให้กับผู้บริโภคว่าควรจะนำผักอบที่ได้ไปปรุงอาหารอะไร ทางบริษัทจึงได้มีการทำหนังสือแนะนำเมนูอาหารไว้บริการลูกค้า
“จุดขายของผักรวมกึ่งสำเร็จรูปเออร์เบริน์ฟาร์ม อยู่ที่ความสะดวกสบายในการปรุงอาหารจากผัก และช่วยให้ทุกคนสามารถรับประทานได้ในทุกมื้อและทำใหี้เด็กๆกินผักได้ง่ายขึ้น และผักอบแห้งยังช่วยแม่บ้านประหยัดในการซื้อผัก เพราะการซื้อผักหลายชนิดในครั้งเดียวราคาจะค่อนข้างสูง แต่
การซื้อผักอบแห้งใน 1 ซอง มีผักรวมอยู่ประมาณ 5 ชนิด ทำให้รับประทานผักในครั้งเดียวได้หลายชนิด”
ในส่วนของการทดลองสูตรของผักรวมกึ่งสำเร็จรูปในครั้งนี้ ทางบริษัทได้ใช้เวลาในการคิดค้นและทดลองทำนานถึง 2 ปี และแบ่งเป็นช่วงเวลาในการวิจัยและทดลองตลาดอยู่นานถึง 1 ปี โดยการออกงานแสดงสินค้าทั้งในประเทศและต่างประเทศ ซึ่งการออกงานทุกครั้งได้รับผลตอบรับดีมาก ลูกค้าให้ความสนใจค่อนข้างมาก และยอดขายทะลุเกินกว่าเป้าที่บริษัทตั้งไว้ในทุกงาน โดยเฉพาะในตลาดต่างประเทศ เพราะจากการได้ค้นข้อมูลผ่านทางเว็บไซต์จากทั่วโลก ยังไม่พบว่ามีผู้ผลิตสินค้าในลักษณะเดียวกันนี้
ปัจจุบันมีวางขายอยู่ในศูนย์การค้า ที่สยามพารากอน และกำลังนำไปวางจำหน่ายในร้านท็อปซุปเปอร์มาร์เก็ต ในทุกสาขา และใช้ช่องทางการออกงานแสดงสินค้าทั้งในประเทศและต่างประเทศ ส่วนช่องทางการขายอื่นๆ ยังคงยึดช่องทางขายในซุปเปอร์มาร์เก็ตชั้นนำ เพราะกลุ่มลูกค้าส่วนใหญ่จะเป็นกลุ่มคนรุ่นใหม่ที่ต้องทำงานนอกบ้านและไม่มีเวลาในทำอาหารให้กับครอบครัว ในช่วงเวลาเร่งรีบ
ส่วนของวัตถุดิบเนื่องจากโรงงานตั้งอยู่ในพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่ก็จะมีผลผลิตทางการเกษตรจำนวนมากอยู่แล้ว โดยทางโรงงานสามารถซื้อโดยตรงจากเกษตรกรในราคาไม่แพง และยังเป็นการช่วยเหลือเกษตรกรได้มีช่องทางการระบายผลผลิตออกสู่ตลาดได้มากขึ้น แก้ปัญหาราคาสินค้าเกษตรตกต่ำในช่วงฤดูกาลได้ ซึ่งในแต่ละปีทางโรงงานต้องใช้สินค้าเกษตรจำนวนมาก เพราะผักสด 100 กิโลกรัม สามารถทำอบแห้งออกมาได้เพียง 5 กิโลกรัมเท่านั้น
บริษัทนิธิฟู้ดส์ใช้กลยุทธด้านการบริการตอบสนองความต้องการของลูกค้า สร้างความพึงพอใจและความเชื่อมั่น โดยให้ความสำคัญกับการเลือกวัตถุดิบที่ใช้ในการผลิต ต้องมีมาตรฐานคุณภาพ ความสะอาด ความปลอดภัยสูง และที่บริษัทประสบความสำเร็จจนถึงทุกวันนี้ส่วนหนึ่งมาจากงานวิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์ซึ่งทำอยู่ตลอดเวลา จนได้รับการยกย่องจากสำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติว่าเป็นสินค้านวัตกรรมระดับประเทศ


