ไทยอินโฟเน็ต

รอบรู้ทุกเรื่อง ครบเครื่องเมืองไทย

  • เพิ่มขนาดตัวอักษร
  • ขนาดตัวอักษรปกติ
  • สดขนาดตัวอักษร
Home การเกษตร ไก่ดำภูพาน น่าลองน่าเลี้ยง

ไก่ดำภูพาน น่าลองน่าเลี้ยง

ไก่ดำ" คือ "ไก่พื้นเมือง" ชนิดหนึ่งที่รูปร่างสวยงามซึ่งมีสีดำทั้งตัวโดยมี ต้นกำเนิดมา จากมองโกเลียส่วนนอก"ไก่ดำ"นั้น มีลักษณะแบบเดียวกับไก่ทั่วไปทุกอย่างเพียงแต่ว่ามี สีดำทั่วทั้งตัวเท่านั้น นั่นคือ หนังสีดำ เนื้อสีดำ กระดูกสีดำ และก็เครื่องในสีดำ "ไก่ดำ"ที่เลี้ยงในเมืองไทยเป็น"ไก่ดำ"เลือดผสมเนื่องจากเลี้ยงมานานจึงทำให้ผสม ข้ามสายพันธุ์มาเรื่อย ๆ จึงทำให้มีไก่ดำที่มีความหลากหลายทางสายพันธุ์อยู่เรื่อย ๆ

ไก่ดำภูพาน

"ไก่ดำภูพาน"เป็นสายพันธุ ์หนึ่งของ"ไก่ดำ" ปรับปรุงพันธุ์จาก"ไก่ดำ"จาก ประเทศจีน และจดสิทธิบัตรที่กรมทรัพย์สิน ทางปัญญา และขึ้นทะเบียนพันธุ์สัตว์กับกรมปศุสัตว์โดย นายสัตวแพทย์วิศุทธิ์ เอื้อกิ่งเพชร หัวหน้างานศึกษาและพัฒนาด้านปศุสัตว์ ศูนย์ศึกษาพัฒนาภูพาน อันเนื่องมาจากพระราชดำริ บ้านนานกเค้า ต.ห้วยยาง อ.เมือง จ.สกลนคร "ไก่ดำภูพาน" เป็นสัตว์เศรษฐกิจที่มีความต้องการในตลาดประเทศจีน ที่มีความเชื่อในสรรพคุณยาของ"ไก่ดำ" ซึ่งมีองค์ประกอบ ขนดำ หนังดำ เล็บดำ เนื้อเทาดำ และกระดูกก็สีเทาดำ

ศูนย์ศึกษาการพัฒนาภูพานอันเนื่องมาจากพระราชดำริ ได้พัฒนาสายพันธุ์"ไก่ดำภูพาน"ขึ้นมาโดยเริ่มต้นจากการรวบรวม "ไก่ดำ"ลูก ผสมที่มีอยู่ในพื้นที่จังหวัดสกลนคร ที่หลงเหลือจากการนำเข้าจากประเทศจีนเมื่อประมาณ 15-20 ปีที่แล้ว โดยขอจากชาวบ้านจำนวน 5 ตัว มาจัดแผนการผสมพันธุ์และคัดเลือก"ไก่ดำ"สายพันธุ์ดี โดยใช้ระยะเวลา 2 ปี จึงได้ "ไก่ดำภูพาน" ที่ตรงตามลักษณะของ"ไก่ดำ"ทุก ประการ โดยมีลักษณะ คือ ขนดำ หนังดำ หน้าแข้งดำ กระดูกเทาดำ และเนื้อสีเทาดำ จนถึงปัจจุบัน ปี พ.ศ. 2550 ศูนย์ศึกษาการพัฒนาภูพานอันเนื่องมาจากพระราชดำริ ดำเนินการพัฒนา"ไก่ดำ"สายพันธุ์ภูพานเสร็จสิ้นเป็นที่เรียบร้อยและสามารถขยายผลสู่การเลี้ยง ของเกษตรกรได้แล้ว

การเลี้ยง"ไก่ดำ"ตาม หลักการง่าย ๆ คือเกษตรกรต้องเอาใจใส่ดูแลในการเลี้ยง ให้น้ำสะอาดตั้งไว้ให้"ไก่"กินตลอดทั้งวันและคอยเปลี่ยนน้ำทุก ๆ วัน ให้อาหารผสมทุกเช้า-เย็น เพิ่มเติมจากอาหารที่"ไก่"หากินได้ตามปกติ เช่น ปลายข้าว รำข้าว ปลาป่น ข้าวโพดป่น ข้าวเปลือก กากถั่ว กากมะพร้าว หัวอาหารไก่สำเร็จรูปชนิด เม็ดหรือการให้หัวอาหารไก่สำเร็จรูปผสมลงในรำข้าว ปลายข้าวหรือข้าวเปลือกเป็นวิธีการที่สะดวกที่สุด สามารถหาซื้อได้ง่ายและผสมเองได้ ช่วยให้"ไก่"่เจริญเติบโตเร็ว มีเปลือกหอยป่นและเศษหินตั้งทิ้งไว้ให้"ไก่"่กินเพื่อเสริมแคลเซียมและช่วยย่อย อาหารและให้หญ้าสดใบกระถินหรือผักสดให้"ไก่"กินทุกวัน

ดู แลความสะอาดภาชนะอุปกรณ์ต่าง ๆ ที่อยู่ในโรงเรือนและบริเวณใกล้เคียงด้วยน้ำสะอาดและยาฆ่าเชื้อโรคทุกวัน ลักษณะโรงเรือนจะต้องระบายอากาศได้ดี ป้องกันลมโกรกหรือฝนสาด ด้านหน้าประตูเข้าโรงเรือนจะต้องมีอ่างน้ำยาฆ่าเชื้อสำหรับจุ่มเท้าก่อนเข้า โรงเรือน "ไก่"จะต้องได้รับอาหารและน้ำที่สะอาด ต้องทำการประมาณอาหารในแต่ละวันให้พอดีกับความต้องการของ"ไก่"ไม่ควรเหลือสะสมไว้และน้ำควรเปลี่ยนเช้า เย็น และทุกวัน

กรณีมี"ไก่"ป่วยควรแยก"ไก่" ป่วยออกจากฝูง เพื่อป้องกันการระบาดไปยัง"ไก่"ตัวอื่นในฝูง ถ้า"ไก่"ป่วยตายควรเผาหรือฝังซากทันที ช่วงอากาศเปลี่ยน แปลงหรือมีการเคลื่อนย้าย "ไก่"อาจป่วยได้ ควรละลายไวตามินให้"ไก่"กินทั้งฝูง เพื่อให"ไก่"แข็งแรงและมีสุขภาพดี ทำการถ่ายพยาธิไก่ทุก 4 เดือน อย่างสม่ำเสมอ ควรมีตู้ยาประจำฟาร์ม ประกอบด้วยยาปฏิชีวนะ ยาบำรุง และไวตามิน และก่อนนำ"ไก่"จากภายนอกเข้ามาเลี้ยงควรกักดูอาการก่อนอย่างน้อย 15 วัน ก่อนนำเข้ารวมฝูง

ต้อง การข้อมูลเพิ่มเติมสอบถามได้โดยตรงที่ ศูนย์ศึกษาการพัฒนาภูพาน อันเนื่องมาจากพระราชดำริ ต.ห้วยยาง อ.เมือง จ.สกลนคร โทร. 0-4247-7470 ในวันและเวลาราชการ.
 

เรื่องที่เกี่ยวข้อง


ข่าวสั้นทันเหตุการณ์

ศ.ดร.สุรพล นิติไกรพจน์ อธิการบดีมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ หนึ่งในคณะกรรมการคัดเลือกบุคคลเข้าศึกษาต่อในสถาบันอุดมศึกษา เปิดแถลงข่าวถึงบทสรุปของการเยียวยานักเรียนที่ไม่สามารถชำระเงินค่าสมัครสอบการทดสอบทางการศึกษาแห่งชาติขั้นสูง (เอเน็ต) ว่า ตั้งแต่ที่สำนักงานคณะกรรมการอุดมศึกษา(สกอ.) เปิดรับเรื่องราวร้องทุกข์ในวันที่ 8-13 กุมภาพันธ์ สรุปมียอดผู้ร้องเรียนทั้งในกรุงเทพฯและต่างจังหวัดทั้งสิ้น 572 คน ซึ่งเมื่อพิจารณาข้อร้องเรียนแล้วแยกแยะออกได้เป็น 7 ประเด็นด้วยกัน

โดย 7 ประเด็นนั้นมีเพียงประเด็นเรื่องบาร์โค้ดไม่ชัดเจนเท่านั้น ที่เข้าข่ายจะนำมาพิจารณาให้การเยียวยา ส่วนประเด็นอื่นๆไม่พบว่าเป็นความผิดพลาดของระบบ คณะกรรมการฯจึงมีมติที่จะไม่เปิดให้ชำระเงินหลังกำหนดเวลาปิดรับสมัคร ส่วนนักเรียนที่ร้องเรียนปัญหาเกี่ยวกับระบบบาร์โค้ด ซึ่งมีผู้ร้องเรียนเข้ามา 12 คนนั้น คณะกรรมการฯ มีมติให้ สกอ.ไปพิจารณาอีกครั้งว่ามีความผิดพลาดจริงหรือไม่ ถ้าผิดพลาดก็จะอนุญาตให้นักเรียนกลุ่มนี้ชำระเงินได้